ดนตรีและโรงละคร

ออสเตรียไม่ได้เป็นแค่ประเทศแห่งโมสาร์ตเท่านั้น แต่ยังเป็นของ ไฮเดิน ชูแบร์ท และ บรุคเนอร์ เวียนนิสวอลท์ซ ครอบครัวสเตราส์ วีนเนอร์ฟิลฮาร์โมนิแคร์ คณะนักร้องประสานเสียงเด็กชายของเวียนนา และนักร้องนักดนตรีที่มีชื่อเสียงอีกมาก

ด้วยเหตุนี้ "ดนตรี ออสเตรียน" จึงไม่ต้องการคำอธิบายใดอีก - แต่เรื่องทั้งหลายใช่ว่าจะจบลงง่ายอย่างที่เห็น เช่น 'ออสเตรีย' แบบไหนที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ ออสเตรียที่เป็นสาธารณรัฐเล็กๆซึ่งชายแดนถูกกำหนดโดยกลุ่มประเทศผู้ชนะสงครามโลกครั้งที่ 1 หรือหมายถึงอาณาจักรออสเตรียนที่รุ่งโรจน์ในอดีต ซึ่งมีราชวงศ์ฮับสเบิร์ก เป็นผู้นำสำคัญในประวัติศาสตร์ยุโรป - ทั้งสองประการล้วน เป็นที่มาของวัฒนธรรมทางดนตรีด้วยกันทั้งคู่

เป็นเวลาหลายร้อยปีที่เวียนนาเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอันกว้างใหญ่ "จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์แห่งประชาชาติเยอรมัน" มีบรรยากาศพิเศษสุดในศูนย์กลางวัฒนธรรมแห่งนี้ จนดึงดูดนักดนตรีจากทั่วโลกให้เดินทางมา อีกทั้งความหลงใหลทางดนตรีของจักรพรรดิฮับสเบิร์กอีกหลายพระองค์ อาทิ ลีโอโปลด์ที่ 1 (จักรพรรดิบารอค) ผู้ทรงเป็นนักประพันธ์เพลงที่ประสบความสำเร็จ
โยเซฟที่ 1 และคาร์ลที่ 1 ผู้ทรงเป็นนักดนตรีเองด้วยและสถาบันดนตรีของเวียนนาที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น วีนเนอร์ฟิลฮาร์โมนิแคร์ หรือ โรงโอเปร่าแห่งรัฐเวียนนาล้วนก่อตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยต้นราชวงศ์


เกียรติภูมิโลกดนตรี

เมื่อบัลลังก์ออสเตรีย-ฮังการีล่มสลายในปี 1918 ตามมาด้วยการพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่1 และการลุกฮือของพวกชาตินิยม ออสเตรีย 'ที่เหลือ'ในปัจจุบัน จึงเป็นเพียงรัฐเล็กๆ "ที่ไม่มีใครต้องการ" รัฐบาลแห่งชาติขณะนั้นผจญกับความตกต่ำ ยากจนและขัดแย้งทางสังคม จึงได้มองหารูปแบบการกอบกู้ความเป็นชาติออสเตรียขึ้นมาใหม่

เมื่อจักรพรรดิสละบัลลังก์ กองทัพก็พ่ายแพ้ - แต่ที่ยังคงอยู่คือวัฒนธรรมประเพณียิ่งใหญ่ของออสเตรีย โดยเฉพาะชื่อเสียงโดดเด่นในโลกดนตรี นี่คือเหตุผลที่ทำให้แม้ช่วงกลางของยุคหลังสงครามอันตกต่ำ และภาวะเงินเฟ้อ แต่โรงโอเปร่าแห่งเวียนนาโดยการควบคุมของ ริชาร์ด สเตราส์ ยังเจริญรุ่งเรืองได้ เทศกาลและดนตรี ซาลสบูร์ก เฟสติวัล ที่มีชื่อเสียงก้องโลกก็เริ่มจัดขึ้นไม่กี่ปีหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ยุติ

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สถานการณ์ยังคงเป็นเช่นเดียวกัน : เมืองต่างๆในออสเตรียถูกทำลายเสียหาย การต่อสู้ยังไม่ยุติ แต่ วีนเนอร์ ฟิลฮาร์โมนิแคร์ กลับเริ่มจัดคอนเสิร์ต
และโรงโอเปร่าแห่งเวียนนาก็เริ่มเปิดการแสดงอีกครั้ง แม้ไม่ใช่ที่โรงละครชื่อก้องบนถนนริงซตราสเซ ซึ่งโดนระเบิดเสียหายอย่างหนัก แต่เป็นที่โรงละครอีก 2 แห่งในเวียนนา

ไม่ว่าปัญหาเศรษฐกิจจะรุนแรงปานใด แต่เป็นเรื่องธรรมดามากที่ออสเตรียซึ่งเพิ่งเริ่มเป็นสาธารณรัฐมาหมาดๆ จะทำการก่อสร้างโรงโอเปร่าขึ้นมาใหม่ทันที โดยให้คงความงามและความสมบูรณ์แบบเช่นเดิมทุกประการ ในปีค.ศ. 1955 โรงโอเปร่าเปิดทำการอย่างยิ่งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ด้วยการแสดงอุปรากรของบีโธเฟ่นเรื่อง "ฟิเดลิโอ" - ซึ่งทั้งประเทศได้ร่วมฉลองเหตุการณ์สำคัญนี้ด้วยกัน


ดนตรีออสเตรียมีลักษณะเฉพาะอย่างไร

จริงๆแล้วดนตรีมีบทบาทสำคัญในออสเตรียเสมอมาแต่ที่ยังไม่อาจชี้ชัดลงไปได้คือ ดนตรีออสเตรียนั้นได้อิทธิพลมาจากประเทศอื่นด้วยหรือไม่ ข้อสงสัยที่ถกเถียงกันในปัจจุบันคือการบรรยายอุปมาของกวีโบราณที่พยายามเชื่อมโยงความงามของภูมิประเทศออสเตรีย และการวางผังอย่างชาญฉลาดของสถานที่ที่มีชื่อเสียงกับลักษณะพิเศษเฉพาะของดนตรีออสเตรียน

ตอนที่มาเยือนเวียนนาในปี 1838 โรเบิร์ต ชูมานน์ กล่าวยกย่องเมืองนี้ว่า : “เมืองเวียนนาแห่งนี้กับโบสถ์ซังต์สตีเฟน กับผู้หญิงสวย กับสังคมที่ปราดเปรื่อง.........
เมืองเวียนนาแห่งนี้กับความทรงจำของศิลปินเยอรมันผู้ยิ่งใหญ่ เป็นผืนดินที่เปี่ยมพลังแห่งการสร้างสรรค์จินตนาการของนักดนตรี” คำสรรเสริญเวียนนาและออสเตรียในทำนองนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ใช่จะมีคนเห็นด้วยกับคำชื่นชมดนตรีออสเตรียนไปเสียทั้งหมด โรเบิร์ต สโตลซ์ กล่าวประชดเมื่อตอนสงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่มประทุ "มีแต่พวกราชวงศ์โบราณเท่านั้น ที่เริ่มสงครามด้วยกองทัพล้าสมัยไร้ประสิทธิภาพ แต่เดินทัพไปพร้อมกับเพลงปลุกใจที่ไพเราะที่สุดในโลก"

ดนตรีพิเศษจำเพาะแบบออสเตรียนไม่เคยเกิดขึ้น ราชวงศ์ฮัปสเบิร์กปฏิเสธทุกอย่างที่เกี่ยวกับชาตินิยม เพราะออสเตรียเป็นประเทศหนึ่งเดียวได้ เนื่องมาจากความเป็นพียงหนึ่งเดียวขององค์จักรพรรดิ ที่แม้จะทรงมีเชื้อสายต่างกัน แต่ไม่ทรงเข้าไปเกี่ยวข้องกับชาติใดชาติหนึ่งเป็นพิเศษ - เช่นเดียวกับชนกลุ่มน้อยหลายเชื้อชาติที่อยู่ในจักรวรรดิออสเตรีย ทำให้ดนตรีออสเตรียมีสำเนียงจากหลายเชื้อชาติผสมผสานกันอยู่ โดยเฉพาะในดนตรีของเวียนนา

โยฮันเนส บราห์มส เกิดที่เมืองฮัมบูรก์ แต่มาอาศัยอยู่ในเวียนนา เป็นผู้ประพันธ์เพลง "ฮังกาเรียน ดานซ์ส" ฟรานซ์ ชูแบร์ท เขียนเพลงโอเวอร์เจอร์แบบอิตาเลียน โยฮัน สเตราส์ ตั้งชื่อผลงานหลายชิ้นว่า "โพลก้า ฟรองเซส์" และประพันธ์เพลง "อิตาเลียน วอลท์ซ" กับ "อียิปต์เชียน มาร์ช"
ขอบเขตไม่ได้เปิดกว้างให้เฉพาะชนพื้นเมืองและเชื้อชาติที่ต่างกันเท่านั้น แต่ยังเปิดกว้างสำหรับคนต่างชนชั้นกันด้วย ดนตรีของ "สามัญชน" ส่วนใหญ่จะเป็นเพลงเต้นรำ
ผสานเข้ากับดนตรีศิลปะได้ไม่ผิดเพี้ยน การผสมผสานทางดนตรีที่ต่อมาต่างแยกไปดำเนินตามแนวทางของตนเองในภายหลัง คือ เคล็ดลับอย่างหนึ่งในความสำเร็จของดนตรีคลาสสิกแบบเวียนนา เห็นได้จากซิมโฟนี่ ของ ไฮเดินและโมสาร์ต เจ้าของผลงาน "มินูเอทส์" ซึ่งเชื่อมโยงได้กับดนตรีไลท์มิวสิคร่วมสมัย ถ้าหากจะมีลักษณะโดดเด่นของดนตรีออสเตรีย นั่นคือการผสานอิทธิพลที่แตกต่างกัน ให้ออกมาเป็นดนตรีรูปแบบใหม่และไม่เหมือนใครเลย

ที่กล่าวมานี้ไม่ได้มุ่งเสนอรายละเอียดประวัติศาสตร์การดนตรี แต่เป็นการกล่าวถึงออสเตรียดินแดนแห่งดนตรีในสภาวะปัจจุบัน

โรงโอเปร่าแห่งเวียนนา, เดอะวีนเนอร์ ฟิลฮาร์โมนิแคร์, เทศกาลดนตรีซาลสบูรก์, คอนเสิร์ตปีใหม่ และนักประพันธ์เพลงชาวออสเตรียผู้ยิ่งใหญ่ ทั้งหมดนี้คือลักษณะพิเศษของดินแดนดนตรีออสเตรียที่รู้จักกันไปทั่วโลก ซึ่งดนตรีได้สะท้อนภาพประวัติศาสตร์ของประเทศ และทำให้มองทะลุถึงธรรมชาติแท้จริงของออสเตรีย
 
 

การบริการ และ การติดต่อสอบถาม

 
urlaubsservice der oesterreich werbung Brochure Download

info@austria.info


ติดต่อผู้เชี่ยวชาญในประเทศของคุณได้!
 
 

Service & Contact

info@austria.info